วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กรณีศึกษาบริษัท Nokia ขยายตลาดดัวยการทำคอมพิวเตอร์แล็ปทอป

กรณีศึกษา

บริษัท Nokia ขยายตลาดดัวยการทำคอมพิวเตอร์แล็ปทอป

        ได้มีข่าวลือของโนเกียออกมาก็คือ การเข้าสู่ธุรกิจเครื่องคอมพิวเตอร์แบบเล็ปทอปหรือโน้ตบุ๊ค โดย Kallasvuo ผู้ดำรงต่ำแหน่ง CEO ของโนเกีย ข่าวดังกล่าว ได้เผยแพร่ออกมาหลังจากบริษัท Acer ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อันดับ 3 ได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น การที่โนเกียจะขยายตลาดดัวยการกระโดดจากธุรกิจหนึ่งไปสู่ธุรกิจหนึ่งนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขยายตลาด ในยามที่ธุรกิจดั้งเดิมของตนเริ่มอิ่มตัว ก็จำเป็นต้องกระโจนเข้าสู่ธุรกิจใหม่ และยังมีคู่แข่งชั้นนำของตลาด ซึงเป็นทั้งผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รวามทั้งโทรศัพท์มือถือ ต่อไปนี้คือ 
  • Apple ที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าอย่างมาก
  • HP เจ้าตลาดอันดับ 1 
  • DEll เจ้าตลาดอันดับ 2
  • Acer เป็นเจ้าตลาดอันดับ 3
  • Sony ผู้ผลิตโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ในชื่อ Vaio รวมถึงโทรศัพท์ในชื่อของ Sony Ericsson
คำถามจากกรณีศึกษา
1. ท่านคิดว่า บริษัท Nokia ตัดสินใจกระโดดข้ามมาทำธุรกิจคอมพิวเตอร์แล็ปทอป เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร จงให้เหตุผลประกอบ
  • จากความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่ถูกต้อง เนื่องจาก ความน่าเชื่อถือของโนเกียในด้านของแล็ปทอปยังมีน้อยในด้านนี้ อีกทั้งบริษัทคู่แข่งขันนั้นมีความเชี่ยวชาญมากกว่าในสายตาของผู้บริโภค เป็นผลให้การทำการตลาดเพื่อแบ่งส่วนตลาดเป็นไปได้ยาก
2. "โนเกียควรปกป้องตลาดมือถือของตนเองต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องลงมาทำตลาดคอมพิวเตอร์ให้เสียเวลา ซึ่งยังมีช่องว่างอยู่มากมายอย่างตลาดของ Smart-Phone ที่โนเกียสามารถรุกเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจัง" อยากทราบว่า Smart-Phone คืออะไร และท่านเห็นดัวยกับกลยุทธ์ตามดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ อย่างไร
  • Smart Phone หมายถึงโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถพิเศษเพิ่มเติมของ PDA เข้าไป ทำให้สามารถมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น รับส่งอีเมล์ มีปฏิทิน จัดทำตารางนัดหมาย และ contact เป็นต้น เรียกได้ว่า Smart Phone เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมเลยทีเดียว 
  • จากข้อความผมเห็นดัวย เนื่องจากถ้าพิจารณาจากตลาดมือถือยังถือว่ากว้างมาก นอกจากนั้นโนเกียยังเป็นยี่ห้อมือถือที่ลกค้าให้ความเชื่อมั้น ควรตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากจะเป็นการดีที่สุด
3. บริษัท Apple ซึ่งเดิมเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในนามของ Macintosh ที่ได้ขยายธุรกิจข้ามมายังอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในนามของ iPhone และยังสามารถยืนหหยัดทำสำเร็จจนเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ท่านคิดว่าบริษัท Apple ได้ชูกลยุทธ์ใดในการเข้าถึงกลุมลูกค้า
  • Apple ได้ชูกลยุทธ์ด้านการออกแบบสินค้า โดยออกแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยี ทั้งนี้ตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับบนที่มีรายได้สูง

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดระบบย่อยของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

แบบฝึกหัดระบบย่อยของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
 
1.ระบบย่อยของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS Subsystem) สามารถแบ่งระบบย่อยของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการได้ตามหน้าที่ในองค์การเป็น 4 ระบบดังต่อไปนี้

จงอธิบายแต่ละระบบมาพอเข้าใจพร้อมยกตัวอย่างประกอบ

1.1 ระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ (Transaction Processing System)

ตอบ ระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ (Transaction Processing System) หรือที่เรียกว่า TPS หมายถึงระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้น เพื่อให้ทำงานเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายในองค์การโดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เข้ามาเป็นอุปกรณ์หลัก โดยที่ TPS จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานในแต่ละวันขององค์การเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเป็นระบบ TPS มีหน้าที่หลักอยู่ 3 ประการดังนี้

1. การทำบัญชี (Bookeeping) ทำหน้าที่ในการเก็บบันทึกการปฏิบัติงานหรือเหตุการณ์ทางการบัญชีที่เกิดขึ้นในแต่ละวันขององค์การ การปฏิบัติงานมักเกี่ยวข้องกับบุคคล 2 กลุ่มคือ ลูกค้า และ ผู้ขายวัตถุดิบโดยที่องค์การต้องมีการลงบันทึกรายการสินค้าในแต่ละวัน และบันทึกรายการซื้อสินค้ามาเข้าร้าน

2. การออกเอกสาร (Document Issuance) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในแต่ละวัน เช่น การออกใบรับส่งสินค้า การออกเช็ค ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

3. การทำรายงานควบคุม (Control Reporting) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกเอกสารต่างๆ ที่มีผลมาจากการดำเนินงานขององค์การ เพื่อตรวจสอบและควบคุมการดำเนินงานขององค์การ เช่น การออกเช็คเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน เป็นต้น

ตัวอย่างเช่นบริษัท Avon นำเทคนิคการป้อนข้อมูลแบบสแกนบาร์โค้ดสินค้าเพื่อลดความผิดพลาดของการคีย์ข้อมูลใบสั่งสินค้า ซึ่งทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น 76% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 75% เวลาของการสั่งซื้อสินค้าลดลง 67% ลดต้นทุนลง 65%
1.2 ระบบจัดทำรายงานสำหรับการจัดการ (Management Reporting System)
ตอบ ระบบจัดทำรายงานสำหรับการจัดการ (Management Reporting System) หรือเรียกว่า MRS หมายถึงระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้น เพื่อรวบรวม ประมวลผล จัดระบบ และจัดทำรายงานหรือเอกสาร สำหรับช่วยในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร
ตัวอย่างเช่น การกระทำพื้นฐานที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการทางธุรกิจ เช่น การขายสินค้า การจองตั๋วเครื่องบิน การซื้อสินค้าผ่านเครดิตการ์ดและการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง เป็นต้น
1.3 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Supporting System)
ตอบ-ใช้สำหรับประกอบการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่มีลักษณะเป็นแบบไม่มีโครงสร้าง(unstructured situations) โดยจะมีการนำวิจารณญาณของมนุษย์กับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาใช้ประกอบในการตัดสินใจ
-ระบบ DSS ช่วยในการตอบสนองความต้องการที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อน
-ช่วยในการตัดสินในที่ต้องความรวดเร็วสูง
ตัวอย่าง การส่งสินค้า เพื่อส่งสินค้ากว่า 300 ชนิด เช่น นม เบียร์ และอื่น ๆ ระบบดังกล่าวช่วยคำนวณความสมดุลระหว่างค่านำส่ง ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ กับความถี่ในการนำส่งปริมาณต่ำสุดในการสั่งสินค้า รวมถึงการกำหนดจำนวนสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตและการนำสินค้านั้นไปเก็บไว้ในคลังสินค้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการตัดสินของบริษัทซาน ไมเกล โดยใช้เกณฑ์ระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยในการตัดสินใจในการบริหารงานของบริษัทซาน ไมเกล ได้มากขึ้นและยังช่วยในการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทซาน ไมเกล ในการจ้างพนักงานมาบริหารงานของบริษัท

1.4 ระบบสารสนเทศสำนักงาน (Office Information System)
ตอบ เป็นระบบการจัดการสารสนเทศในสำนักงานโดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในสำนักงาน เช่น อุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ โมเด็ม (Modem) โทรศัพท์ เครื่องโทรสาร เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น เพื่อใช้เกี่ยวกับงานประมวลผลคำ งานพิมพ์ตั้งโต๊ะ งานส่งข่าวสารข้อมูลและอื่น ๆ เป็นระบบเกี่ยวกับการผลิตเอกสาร การติดต่อประสานงานโดยเกี่ยวข้องกับระบบ TPS และ MIS เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในงาน บริหารในสำนักงานเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงาน
 
2. จงเปรียบเทียบระบบ TPSกับระบบ MIS และ DSS




ลักษณะของระบบ

ระบบประมวลผลธุรกรรม(TPS)

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS)

ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

(DSS)

1. วัตถุประสงค์หลัก

ควบคุมการปฎิบัติงาน

สนับสนุนการการบริหาร

จัดทำและประมวลสารสนเทศ

2. จุดเด่นของระบบ

รวบรวมและแสดงกิจกรรม

รวบรวมประมวลผลจากระบบและจัดทำรายงาน

จัดเตรียมสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร

3. ผู้ใช้ระบบ
นักปฎิบัติการ


องค์กร

บุคคล กลุ่มคน และองค์กร

4. ชนิดของปัญหา

มีโครงสร้าง

กึ่งมีโครงสร้าง

ไม่มีโครงสร้าง

5. แหล่งข้อมูล

เรียกสารสนเทศมาอ้างอิง

ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล

ใช้โมเดลในการวิเคราะห์

6. ความคล่องตัวของระบบ
 
 

สนับสนุนการดำเนินงานในแต่ละส่วนให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ระบบจะพิมพ์รายงานออกมา ตามระยะเวลาที่กำหนดจะไม่ได้ตามที่ต้องการทันที่

onlineและrealtime
 
3. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆอย่างกว้างขวาง ทั้งทางด้านการศึกษา เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการบริการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นในปัจจุบัน จงอธิบายผลกระทบทางบวกและทางลบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ตอบผลกระทบทางบวกคือ

1. เพิ่มความสะดวกสบายในการสื่อสาร การบริหาร และการผลิต ทำให้ชีวิตคนในสังคมได้รับความสะดวกสบาย เช่น การติดต่อผ่านธนาคารด้วยระบบธนาคารที่บ้าน (Home Banking) การทำงานที่บ้าน เป็นต้น

2. เกิดสังคมแห่งการสื่อสารและสังคมโลก เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเอาชนะเรื่องระยะทาง เวลา และสถานที่ได้ด้วยความเร็วในการติดต่อสื่อสารที่เป็นเครือข่ายความเร็วสูง ทำให้มนุษย์ในสังคมสามารถติดต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็ว

3. มีระบบผู้เชี่ยวชาญต่างๆในฐานข้อมูลความรู้ เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านที่เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์

4. เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างโอกาสให้คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาสจากการพิการทางร่างกาย เกิดการสร้างผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือคนพิการให้สามารถพัฒนาทักษะและความรู้ได้
 5. เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่มีขีดจำกัดย่อมส่งผลต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
6. เกิดช่องว่าทางสังคม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการลงทุน ผู้ใช้จึงเป็นชนชั้นในอีกระดับหนึ่งของสังคม ในขณะที่ชนชั้นระดับรองลงมามีจำนวนมากกลับไม่มีโอกาสใช้
7. เกิดการต่อต้านเทคโนโลยี เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อการใช้งานมากขึ้นในด้านต่างๆ เช่นด้านการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจการค้า และธุรกิจอุตสาหกรรม รวมถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ
8. อาชญากรรมบนเครือข่าย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก่อให้เกิดปัญหาใหม่ๆขึ้น เช่นปัญหาอาชญากรรม ตัวอย่างเช่น อาชญากรรมในรูปแบบของการขโมยความลับ การขโมยข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น
9. ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ การจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มีผลเสียต่อสายตาซึ่งทำให้สายตาผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศีรษะ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุขภาพจิต เกิดโรคทางจิตประสาท เช่น โรคคลั่งอินเทอร์เน็ต เป็นต้น